ทำไมบางร้านถึงไม่ราดลาเต้อาร์ตในกาแฟแฟลตไวต์?
2026.09.15
Front Street Coffee
5

บางครั้งก็มีเพื่อนมาคุยกับ Front Street Coffee เรื่องว่าออสเตรเลียนไวท์จำเป็นต้องทำลาเต้อาร์ตหรือไม่ เพราะถึงแม้ว่าร้านกาแฟส่วนใหญ่ที่เสิร์ฟออสเตรเลียนไวท์จะทำลาเต้อาร์ต แต่ก็มีร้านกาแฟบางแห่งที่เวลาทำออสเตรเลียนไวท์จะไม่ทำลาเต้อาร์ต แค่ทำการผสานอย่างง่าย ๆ แล้วเทโฟมนมทั้งหมดรวมกันไว้ตรงกลางกรณีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก จึงทำให้เพื่อน ๆ สงสัยว่า "ทำไมร้านกาแฟบางแห่งทำออสเตรเลียนไวท์โดยไม่ทำลาเต้อาร์ต" "ออสเตรเลียนไวท์ควรทำลาเต้อาร์ตหรือไม่" "การไม่ทำลาเต้อาร์ตมีผลต่อรสชาติกาแฟไหม" เป็นต้นก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าไม่ใช่แค่ออสเตรเลียนไวท์ แม้แต่ลาเต้ คาปูชิโน่ และกาแฟนมร้อนคลาสสิกอื่น ๆ จริง ๆ แล้วตอนแรกก็ไม่มีข้อกำหนดเรื่องการทำลาเต้อาร์ต เพราะอย่างหนึ่งคือการทำลาเต้อาร์ตเกิดขึ้นค่อนข้างช้า คือเกิดขึ้นหลังจากกาแฟนมคลาสสิกเหล่านี้ถือกำเนิดมานานแล้วอีกอย่างคือการทำหรือไม่ทำลาเต้อาร์ตไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อรสชาติของกาแฟหนึ่งแก้ว เพราะสิ่งที่ส่งผลต่อรสชาติกาแฟมีเพียงวัตถุดิบที่เราใช้ การสกัดเอสเพรสโซ่ การตีโฟมนม และระดับการผสานเป็นต้น ส่วนการทำลาเต้อาร์ตเป็นการกระทำที่เราทำหลังจากเตรียมสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้ว ดังนั้นการทำหรือไม่ทำลาเต้อาร์ตจริง ๆ แล้วไม่ได้ส่งผลต่อรสชาติกาแฟ ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบง่าย ๆ ที่ Front Street Coffee ทำเมล็ดกาแฟที่ Front Street Coffee ใช้ทำออสเตรเลียนไวท์คือ Front Street Coffee ดาร์กโคโค่ เบสเอสเพรสโซ่เบลนด์ เมล็ดนี้เกิดจากการเบลนด์กาแฟบราซิลและยูนนาน มีความคุ้มค่าสูงมาก เหมาะกับการทำกาแฟด้วยเครื่องชงกาแฟเชิงพาณิชย์หรือในบ้านและหม้อโมก้า ปริมาณผงที่ใช้คือ 20 กรัม จากนั้นใช้เวลาสกัด 30 วินาทีเพื่อสกัดเอสเพรสโซ่ 40 มล. Front Street Coffee สกัดสองช็อต ใส่โฟมนม 160 มล. ตามลำดับ ต่างกันตรงที่ทำลาเต้อาร์ตกับไม่ทำลาเต้อาร์ต แล้วเปรียบเทียบสัมผัสและรสชาติของทั้งสองผลปรากฏว่ากาแฟทั้งสองแก้วไม่ว่าจะเป็นสัมผัสหรือรสชาติก็ไม่มีความแตกต่างกันเลย เพราะเมล็ดกาแฟที่ใช้คือ Front Street Coffee ดาร์กโคโค่ เบสเอสเพรสโซ่เบลนด์ ดังนั้นรสชาติที่ออกมาจึงเป็นช็อกโกแลตนมเข้มข้น คุกกี้เนย และถั่วเล็กน้อย สัมผัสเนียนนุ่มและกลมกล่อม รสสัมผัสท้ายยาวนาน ดีมากทีเดียวจากคำแนะนำและการทดลองข้างต้น เราจึงรู้ได้ว่าการทำหรือไม่ทำลาเต้อาร์ตไม่ได้ส่งผลต่อกาแฟ และการทำออสเตรเลียนไวท์ก็ไม่มีมาตรฐานว่าต้องทำลาเต้อาร์ต ดังนั้นการทำหรือไม่ทำลาเต้อาร์ตของออสเตรเลียนไวท์จึงขึ้นอยู่กับความคิดของทางร้าน หรือพูดอีกอย่างคือทางร้านอยากได้ออสเตรเลียนไวท์แบบไหนก็มีเพื่อนเสนอว่าที่ร้านกาแฟหลายแห่งทำออสเตรเลียนไวท์โดยไม่ทำลาเต้อาร์ตนั้นมาจากการทำลวดลายได้ยาก จริงอยู่ ถ้าโฟมนมของออสเตรเลียนไวท์ต้องการทำลวดลายลาเต้อาร์ตให้สวยงามก็จะยากนิดหน่อย เพราะมันบางมาก ๆความหนาของโฟมนมเป็นตัวกำหนดความลื่นไหลของมัน เมื่อโฟมนมยิ่งบาง ความลื่นไหลก็ยิ่งสูง โฟมนมของออสเตรเลียนไวท์บางมาก ความหนาไม่ถึง 0.5 ซม. ด้วยซ้ำ ดังนั้นความลื่นไหลจึงสูงมาก ความลื่นไหลที่สูงเกินไปจะเพิ่มความยากในการทำลาเต้อาร์ต ในกรณีที่ความชำนาญไม่สูงพอ การใช้โฟมนมบางทำลาเต้อาร์ตมักเกิดลวดลายบิดเบี้ยว ลวดลายเลื่อน เป็นต้น ดังนั้นการทำลาเต้อาร์ตให้สวยด้วยโฟมนมของออสเตรเลียนไวท์จึงค่อนข้างยากเหตุที่โฟมนมของออสเตรเลียนไวท์บางเช่นนี้ จุดประสงค์หลักอยู่ที่ต้องการทำให้สัมผัสของกาแฟ "เนียนลื่น" มากขึ้น โฟมนมคือฟองที่เติมเข้ามา เมื่อโฟมนมยิ่งหนาก็จะให้สัมผัสที่เนียนละเอียดกับกาแฟมากขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อโฟมนมยิ่งบาง กาแฟก็จะดื่มได้เนียนลื่นยิ่งขึ้น แต่ไม่ใช่แบบบางเบา หากแต่เป็นแบบที่มีมิติความหนาถึงแม้โฟมนมของออสเตรเลียนไวท์จะทำลาเต้อาร์ตให้สวยได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ขอแค่หมั่นฝึกฝน เพิ่มความชำนาญ การทำลวดลายพื้นฐานที่ประณีตก็ยังไม่มีปัญหา ดังนั้นการทำหรือไม่ทำลาเต้อาร์ตของออสเตรเลียนไวท์จึงขึ้นอยู่กับความคิดของทางร้านข้างต้นคือเนื้อหาทั้งหมดที่ Front Street Coffee แชร์ในครั้งนี้ หากทุกคนยังมีข้อสงสัยยินดีแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ Front Street Coffee มีเวลาว่างจะมาแชร์ให้แน่นอน~