
ช่วงก่อนหน้านี้ Front Street Coffee ได้แชร์โพสต์เกี่ยวกับวิธีชงกาแฟให้สม่ำเสมอมากขึ้น ซึ่งมีประเด็นหนึ่งที่เพื่อนหลายคนสงสัย นั่นคือ เมื่อเทียบกับอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้ Front Street Coffee แนะนำให้ใช้ อัตราส่วนผงต่อน้ำ ที่ใส่เป็นวิธีตวงมากกว่า จุดที่เพื่อนหลายคนสงสัยคือ ทำไมอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้ถึงไม่เหมาะที่จะใช้เป็นกาแฟดริปวิธีตวง?เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งใส่ร้ายกันแบบนี้ มันไม่ใช่ว่าอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้ไม่เหมาะกับการชงกาแฟ แต่เป็นวิธีตวงที่ไม่เหมาะกับมือใหม่ในการชงกาแฟดริปต่างหาก เหตุผลก็อย่างที่ Front Street Coffee เคยบอกไว้ เพราะการใช้อัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้นั้นไม่เสถียรเท่ากับอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ใส่ทำไมถึงไม่แนะนำให้มือใหม่ใช้อัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้ชงกาแฟ?ก่อนอื่นเรามาทบทวนความแตกต่างระหว่างอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ใส่กับอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้กันก่อน ทั้งสองอย่างเป็นวิธีตวงที่ใช้ตอนชงกาแฟเหมือนกัน แต่จุดที่ต่างกันคือ อัตราส่วนผงต่อน้ำที่ใส่นั้นคำนวณจากปริมาณน้ำที่เราเทใส่ตอนชงกาแฟ ส่วนอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้นั้นคำนวณจากน้ำหนักของเหลวกาแฟที่เราได้ตอนชงกาแฟเหตุผลที่แบ่งเป็นอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ใส่กับอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้นั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะแต่ก่อนเครื่องชั่งดิจิทัลขนาดเล็กยังไม่แพร่หลาย คนสมัยนั้นจึงยากที่จะคำนวณว่าเทน้ำไปเท่าไหร่ แต่การทำกาแฟก็จำเป็นต้องมีปริมาณน้ำที่ใส่ที่เหมาะสม ดังนั้นคนสมัยนั้นจึงคิดหาวิธีเดาปริมาณน้ำกาแฟที่ชงออกมาโดยอาศัยขนาดของภาชนะหรือขีดบอกระดับบนภาชนะ ใช้ผงกาแฟเท่าไหร่ต้องได้น้ำหนักน้ำกาแฟเท่าไหร่ นี่คือวิธีตวงหลักของคนสมัยนั้นตอนทำกาแฟ(ไม่ใช่แค่ น้ำหนักของเหลว แม้แต่น้ำหนักเมล็ดก็ต้องอาศัยความจุของอุปกรณ์แทนการตวง)เมื่อเวลาผ่านไป การถือกำเนิดและการแพร่หลายของเครื่องชั่งดิจิทัลขนาดเล็กทำให้ทุกคนรับรู้ปริมาณน้ำที่ใส่ได้ทันที วิธีตวงแบบอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ใส่จึงเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นวิธีตวงแบบอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้ก็ไม่ได้เสื่อมความนิยมลง เพียงแต่ถูกใช้มากกว่ากับวิธีทำกาแฟที่ไม่สามารถตวงปริมาณน้ำที่ใส่ได้ เช่นการทำเอสเปรสโซ่ กลับมาที่คำถามเดิม ทำไม Front Street Coffee ถึงไม่แนะนำให้ใช้อัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้เป็นวิธีตวงตอนกาแฟดริปสำหรับมือใหม่ล่ะ?ง่ายมาก เพราะอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ได้คำนวณจากน้ำหนักของเหลวกาแฟที่ได้ เราจึงไม่รู้ว่าแต่ละครั้งที่เทน้ำ เราเทน้ำไปเท่าไหร่ และนั่นหมายความว่าปริมาณน้ำที่เทในแต่ละครั้งต้องอาศัยประสบการณ์และการสังเกตด้วยตาของคุณในการเดา ถ้าเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่ม จะทำให้เทน้ำร้อนมากเกินไปในขั้นตอนสำคัญขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งได้ง่ายมาก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพกาแฟที่ชงออกมายกตัวอย่างการบลูม เป้าหมายของการบลูมคือทำให้ผงกาแฟเปียก ให้คาร์บอนไดออกไซด์ในเมล็ดกาแฟระบายออกมา เพื่อปูทางให้การสกัดด้วยน้ำร้อนในขั้นตอนต่อไป กล่าวคือ น้ำร้อนที่คุณใช้ตอนบลูมผงกาแฟนั้น สารที่ละลายออกมาจะน้อยกว่าที่ละลายออกมาหลังการบลูมแน่นอน ดังนั้นเพื่อให้ปริมาณน้ำเป้าหมายละลายสารกาแฟออกมาได้มากที่สุด ตอนชงกาแฟเราจึงพยายามควบคุมปริมาณน้ำที่ใช้ ให้น้ำร้อนน้อยที่สุดในการทำให้ผงกาแฟเปียกเพื่อบลูม โดยทั่วไปจะใช้น้ำเป็นสองเท่าของน้ำหนักผงกาแฟ เพราะนี่คือปริมาณน้ำที่ผงกาแฟแห้งต้องการดูดซับถ้าเราใช้น้ำร้อนมากกว่าปริมาณนี้ในการบลูม นั่นหมายความว่าน้ำร้อนส่วนที่เกินมาจะสกัดสารได้ค่อนข้างลดลง การสกัดก็จะไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ Front Street Coffee จึงทำการทดลองขึ้นมาเป็นพิเศษว่า เมื่อปริมาณผงเท่ากัน อัตราส่วนผงต่อน้ำที่ใส่เท่ากัน ปริมาณน้ำที่ใช้บลูมต่างกันจะส่งผลต่อรสชาติกาแฟได้หรือไม่!เมล็ดที่ใช้ทดลองครั้งนี้คือปานามา โบเกเต เกอิชา ปริมาณผง 15 กรัมเท่ากัน อัตราส่วนผงต่อน้ำที่ใส่ 1:15 บดที่ระดับ 10 ของ ek43 อุณหภูมิน้ำ 92 องศาเซลเซียส เป็นพารามิเตอร์การสกัดที่ Front Street Coffee ใช้บ่อย ความต่างของการชงทั้งสองแก้วอยู่แค่ปริมาณน้ำตอนบลูม แก้วหนึ่งใช้น้ำเป็นสองเท่าของผงคือ 30 มล. อีกแก้วใช้ 40 มล. เพื่อลดการรบกวนจากมนุษย์ให้มากที่สุด ครั้งนี้ Front Street Coffee ใช้วิธีการเทน้ำครั้งเดียวในการชง ข้ามขั้นตอนการชงไปเลย มาดูผลลัพธ์กัน~แก้วแรกที่ใช้บลูม ใช้เวลาสกัด 1 นาที 58 วินาที กาแฟที่ชงออกมามีรสชาติโดดเด่น มีกลิ่นดอกไม้สีขาว ส้ม และน้ำผึ้ง ส่วนรสชาติมีความสมดุลมาก มีความหวานค่อนข้างสูง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดค่าความเข้มข้น ได้ค่าความเข้มข้นกาแฟ 1.40% อัตราการสกัด 19.25% ส่วนอีกแก้วใช้เวลาสกัด 1 นาที 52 วินาที ชงออกมาก็มีรสชาติโดดเด่นเช่นกัน แต่รสชาติจะด้อยกว่าเล็กน้อย ออกเปรี้ยว เนื้อสัมผัสบางกว่าเล็กน้อย เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดค่าความเข้มข้น ได้ค่าความเข้มข้นกาแฟ 1.32% อัตราการสกัด 16.88%จะเห็นได้ว่าความแตกต่างระหว่างสองแก้วไม่ใช่น้อยเลย แน่นอนว่านี่อาจเป็นผลจากเทคนิคก็ได้ แต่ทุกคนต้องรู้ว่า นอกจากขั้นตอนบลูมแล้ว ยังมีขั้นตอนอื่นๆ ที่ปริมาณน้ำมากน้อยก็ส่งผลต่อคุณภาพกาแฟที่ได้ในที่สุด เช่นช่วงท้ายดังนั้นตอนที่มือใหม่เพิ่งเริ่ม ยังควบคุมน้ำได้ไม่คล่อง แนะนำให้ใช้วิธีตวงแบบอัตราส่วนผงต่อน้ำที่ใส่สำหรับกาแฟดริปจะดีที่สุด แบบนี้ถึงจะชงกาแฟให้อร่อยได้อย่างสม่ำเสมอ~
ตอนนี้สั่งได้บน Taobao«Front Street Coffee»ซื้อเมล็ดตามรายการได้แล้ว, Front Street Coffee แบรนด์คั่วกาแฟอายุยาว, หน้าร้านที่กว่างโจวขายเมล็ดโดยเฉพาะ, เมล็ดกาแฟหลายสิบชนิดจากแหล่งปลูกต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งเมล็ดซิงเกิลออริจินสำหรับ V60 และเอสเพรสโซที่คัดสรรมาแล้ว.
เมล็ดกาแฟ Front Street 2013 ยูนนานที่ขายในร้านเป็นสายพันธุ์ Typica จากสวนกาแฟของ Front Street Coffee เองในมณฑลยูนนาน ชื่อนี้มาจากปีที่แบรนด์และสวนกาแฟถือกำเนิด คุณสามารถซื้อเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกยูนนานของจีนได้ที่ร้านที่กว่างโจวและร้าน Taobao ของ Front Street.
เมล็ดคั่วสดภายใน 5 วัน, คุณภาพเมล็ดสม่ำเสมอยอดเยี่ยม, คุ้มค่ายิ่งกว่า, สั่งก่อน 16:00 จัดส่งภายในวันเดียวกัน, จัดส่งถึงวันถัดไปในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกวางตุ้ง.
ลิงก์ร้าน Taobao ของเรา: https://qianjiecoffee.taobao.com
หรือค้นหาบน Taobao«Front Street Coffee»
ที่อยู่ร้าน: กว่างโจว เยว่ซิ่ว ถนนตงฮวาตง 315 【ขายเฉพาะเมล็ด】