ยินดีต้อนรับ Front Street Coffee · 5 วันหลังคั่ว · สั่งก่อน 16:00 จัดส่งวันเดียวกัน · กวางตุ้งส่วนใหญ่ถึงวันถัดไป ข่าวกาแฟ
หน้าแรก / ติดตามเราทาง WeChat/ ทำไมช่วงพักเมล็ดกาแฟเอสเปรสโซจึงนานกว่ากาแฟดริป?

ทำไมช่วงพักเมล็ดกาแฟเอสเปรสโซจึงนานกว่ากาแฟดริป?

2026.09.15 Front Street Coffee 3


เป็นที่รู้กันดีว่าเมล็ดกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ๆ ไม่เหมาะที่จะนำมาชงกาแฟโดยตรง เพราะในระหว่างการคั่ว เมล็ดกาแฟได้สะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในตัวเป็นจำนวนมาก และการมีอยู่ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากนี้จะขัดขวางการสกัดกลิ่นหอมของกาแฟด้วยน้ำร้อน ลดการปล่อยสารที่ให้รสชาติ พูดง่ายๆ ก็คือ กาแฟที่ชงออกมามักจะไม่อร่อยเท่าที่ควร


แต่เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะค่อยๆ ระบายออกจากตัวเมล็ดอย่างต่อเนื่อง เราจึงสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเมล็ดกาแฟได้ด้วยการพักไว้ระยะหนึ่ง เมื่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเมล็ดกาแฟไม่ส่งผลกระทบต่อการสกัดมากเกินไปแล้ว การชงในตอนนั้นจะทำให้เราชงกาแฟแก้วอร่อยได้ง่ายขึ้น และช่วงเวลาที่ปล่อยให้เมล็ดกาแฟระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้ ก็คือสิ่งที่เหล่าคอกาแฟเรียกว่า "ช่วงพักเมล็ด" นั่นเอง
ถ้าเป็นเพื่อนๆ ที่มักซื้อเมล็ดกาแฟกลับมาชงเองที่บ้านก็จะรู้ว่า โดยทั่วไปเมล็ดกาแฟที่ใช้สำหรับการชงแบบดริปจะมีช่วงพักเมล็ดประมาณ 3~7 วัน ขึ้นอยู่กับระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟนั้นๆ แต่ถ้าคุณซื้อเมล็ดกาแฟสำหรับเอสเปรสโซ ช่วงพักเมล็ดก็จะยาวออกไปอีกหลายวันจากพื้นฐานนี้


มีเพื่อนๆ หลายคนสงสัยในความแตกต่างนี้ คิดว่าไม่ใช่ว่าล้วนเป็นเมล็ดกาแฟเหมือนกันเหรอ ทำไมเมล็ดที่ใช้กับเอสเปรสโซถึงมีช่วงพักเมล็ดยาวกว่า�ากันนะ?

ทำไมช่วงพักเมล็ดของกาแฟเอสเปรสโซถึงยาวกว่าเมล็ดสำหรับดริป?
ที่จริงแล้วเรื่องนี้เกิดจากสองปัจจัย อย่างแรกคือระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟ! Front Street Coffee เคยแชร์ไว้ว่า เมล็ดกาแฟที่ใช้ทำเอสเปรสโซโดยทั่วไปจะมีระดับการคั่วที่เข้มกว่าเมล็ดที่ใช้สำหรับการชงแบบดริปเหตุผลง่ายมาก ก็เพื่อเพิ่มความหวานและความเข้มข้นของรสชาติกาแฟ พร้อมทั้งลดความเป็นกรดของกาแฟลง


เพราะเอสเปรสโซนอกจากจะมีกาแฟดำแล้ว ยังต้องทำเครื่องดื่มนมอย่างลาเต้ คาปูชิโน่ แฟลตไวท์ ที่ต้องเติมนมด้วย หากเมล็ดกาแฟที่ใช้คั่วอ่อนเกินไป รสชาติกาแฟก็จะไม่เข้มข้นพอ และถูกกลิ่นนมกลบได้ง่าย


นอกจากนี้ การคั่วที่อ่อนเกินไปจะทำให้กาแฟคงความเป็นกรดไว้มาก ซึ่งความเป็นกรดนี้เข้ากับรสของนมได้ไม่ค่อยดี เครื่องดื่มนมที่ทำออกมาจะมีรสชาติที่ดูขัดๆ อยู่สักหน่อย ด้วยเหตุนี้ โรงคั่วกาแฟในท้องตลาดปัจจุบันจึงใช้เส้นโค้งการคั่วที่แตกต่างกันสำหรับวิธีการสกัดที่ต่างกัน เพื่อคั่วกาแฟตัวเดียวกัน
ถ้าเมล็ดนี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้ทำกาแฟแบบดริป เย็นสกัด หรือกาแฟอื่นๆ ระดับการคั่วก็จะอ่อนลงหน่อย โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษากลิ่นดอกไม้และรสผลไม้ในกาแฟไว้ให้ดีที่สุด ให้เราได้ลิ้มรสชาติที่ละเอียดอ่อนจากกาแฟได้มากขึ้น


แต่ถ้าวางแผนจะใช้ทำเอสเปรสโซ ระดับการคั่วก็จะเข้มขึ้นหน่อย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กาแฟมีความเข้มข้นของรสชาติที่สามารถต้านทานกับรสของนมได้ พร้อมทั้งทำให้รสชาติกาแฟเข้ากับนมได้กลมกล่อมยิ่งขึ้น
อย่างเช่น เอธิโอเปีย·หัวขุย ในรายการเมล็ดกาแฟที่ Front Street Coffee มักพูดถึงบ่อยๆ ถ้าเพื่อนๆ เคยคลิกเข้าไปในร้าน Taobao/Tmall ของ Front Street Coffee แล้วซื้อเมล็ดนี้ ก็คงจะพบว่า Front Street Coffee หัวขุยมีระดับการคั่วให้เลือกสองแบบด้วยกัน แบบหนึ่งคือคั่วอ่อนถึงกลางสำหรับทำดริปและกาแฟ อีกแบบคือคั่วกลางสำหรับทำเอสเปรสโซ
ยิ่งคั่วเข้ม ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะยิ่งมาก ดังนั้นเป็นธรรมดาที่เมล็ดเอสเปรสโซซึ่งคั่วเข้มกว่าก็ต้องใช้เวลาพักเมล็ดนานขึ้นเพื่อระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเมล็ดกาแฟ
อาจมีเพื่อนๆ ที่ตอนนี้จะพูดว่า ถ้าเมล็ดกาแฟที่ใช้ทำเอสเปรสโซเป็นเมล็ดเดียวกันและคั่วระดับเดียวกันกับการชงแบบดริปแล้วอย่างนี้เวลาพักเมล็ดจะเท่ากันไหม?


คำแนะนำของ Front Street Coffee คือ ควรมากกว่าอยู่ดี เพราะผลกระทบของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการทำเอสเปรสโซจะมากกว่าการชงแบบดริปมาก และเหตุผลที่ทำให้เกิดความแตกต่างนี้ก็คือ -- เอสเปรสโซใช้การสกัดแบบแรงดัน
ไม่ว่าจะเป็นการชงแบบดริปกาแฟเย็นสกัด กาแฟ French Press หรือกาแฟ siphon การสกัดกาแฟทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมความดันปกติ การสกัดในสภาพความดันปกติจะมีความสามารถควบคุมได้สูงกว่า เราสามารถควบคุมการละลายของสารที่ละลายได้ในกาแฟผ่านการคนและเวลาในการสกัด อีกทั้งก่อนชงยังควบคุมประสิทธิภาพการสกัดได้ผ่านอุณหภูมิน้ำและการบด ดังนั้นผลกระทบจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จึงไม่มากเท่าไรนัก


แต่เอสเปรสโซไม่เหมือนกัน เอสเปรสโซใช้การสกัดแบบแรงดัน ด้วยตัวช่วยจากแรงดัน เราสามารถสกัดกาแฟออกมาได้ในเวลาสั้นมาก พร้อมทั้งทำกาแฟที่มีความเข้มข้นสูงมากได้ด้วย
แต่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ นอกจากตัวช่วยจากแรงดันแล้ว ระดับการบดที่เราใช้ก็จะละเอียดมากๆ อีกทั้งอุณหภูมิน้ำก็จะสูงกว่าด้วย การสกัดกาแฟจึงอยู่ในสภาพที่สุดโต่งมาก ซึ่งทำให้ความสามารถควบคุมการสกัดค่อนข้างต่ำ และผลกระทบจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น


เนื่องจากใช้เวลาสั้นและปริมาณน้ำน้อย การมีอยู่ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากจึงไม่เป็นมิตรต่อการทำเอสเปรสโซ เพราะกระบวนการทำเอสเปรสโซแทบไม่มีเวลาให้ระบายก๊าซอย่างเพียงพอ เมื่อมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่มาก การจะทำเอสเปรสโซที่สกัดได้สมบูรณ์และอร่อยสักแก้วก็ไม่ง่าย ต้องปรับจูนกันเยอะมากถึงจะได้เอสเปรสโซที่อร่อยพอใช้ได้ ซึ่งต้นทุนที่เสียไปทั้งเวลาและเมล็ดกาแฟก็ค่อนข้างสูง
ดังนั้น เมื่อเมล็ดกาแฟตัวใดตัดสินใจจะนำไปใช้ทำเอสเปรสโซ ทุกคนก็ควรพักเมล็ดไว้นานขึ้นสักหน่อย รอจนปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่มากพอจะส่งผลกระทบต่อการสกัด แล้วเราค่อยนำมาทำเอสเปรสโซ วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้มั่นใจว่าเราจะไม่สิ้นเปลืองต้นทุนมากเกินไปในการปรับจูนกาแฟ แต่ยังทำให้เราได้ดื่มเอสเปรสโซที่อร่อยยิ่งขึ้นด้วย~


- END -





ตอนนี้สั่งได้บน Taobao«Front Street Coffee»ซื้อเมล็ดตามรายการได้แล้ว, Front Street Coffee แบรนด์คั่วกาแฟอายุยาว, หน้าร้านที่กว่างโจวขายเมล็ดโดยเฉพาะ, เมล็ดกาแฟหลายสิบชนิดจากแหล่งปลูกต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งเมล็ดซิงเกิลออริจินสำหรับ V60 และเอสเพรสโซที่คัดสรรมาแล้ว.

เมล็ดกาแฟ Front Street 2013 ยูนนานที่ขายในร้านเป็นสายพันธุ์ Typica จากสวนกาแฟของ Front Street Coffee เองในมณฑลยูนนาน ชื่อนี้มาจากปีที่แบรนด์และสวนกาแฟถือกำเนิด คุณสามารถซื้อเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกยูนนานของจีนได้ที่ร้านที่กว่างโจวและร้าน Taobao ของ Front Street.

เมล็ดคั่วสดภายใน 5 วัน, คุณภาพเมล็ดสม่ำเสมอยอดเยี่ยม, คุ้มค่ายิ่งกว่า, สั่งก่อน 16:00 จัดส่งภายในวันเดียวกัน, จัดส่งถึงวันถัดไปในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกวางตุ้ง.

ลิงก์ร้าน Taobao ของเรา: https://qianjiecoffee.taobao.com
หรือค้นหาบน Taobao«Front Street Coffee»
ที่อยู่ร้าน: กว่างโจว เยว่ซิ่ว ถนนตงฮวาตง 315 【ขายเฉพาะเมล็ด】

สมัครรับข่าวสาร

รับข่าวเมล็ดใหม่ก่อนใคร, เทคนิคการชง, โปรโมชั่นใหม่และโน้ตคัพพิง

QR โค้ด WeChat ของเรา

สแกน QR ติดตามเพจของเรา

0