
เมื่อวัฒนธรรมกาแฟแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อน ๆ หลายคนเริ่มตระหนักว่ากาแฟก็ต้องคำนึงถึง "ความสด" เช่นกัน เพราะกาแฟสดมักมีสารหอมระเหยมากกว่า ทำให้เราได้รับประสบการณ์การดื่มที่หลากหลายยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากสารหอมระเหยส่วนใหญ่มีคุณสมบัติระเหยได้ จึงค่อย ๆ สูญหายไปตามกาลเวลา และความสดของกาแฟก็ลดลงตามไปด้วย
โดยทั่วไปแล้ว เกณฑ์หลักที่เราใช้ตัดสินว่ากาแฟหนึ่งแก้วสดหรือไม่ คือเวลาคั่วและรสชาติของมัน เพราะสองสิ่งนี้เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและแม่นยำที่สุดที่ทำให้เรารู้ถึงความสดของกาแฟ ดังนั้น Front Street Coffee จึงได้เน้นแนะนำในบทความที่ผ่านมา ท่านที่สนใจสามารถค้นหาอ่านบทความเก่า ๆ เพื่อทำความเข้าใจได้นอกจากสองวิธีข้างต้นแล้ว เรายังสามารถดูความสดของกาแฟได้จากลักษณะอื่น ๆ ด้วย เพียงแต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ตรงไปตรงมาเท่า ต้องประกอบกับการชิมรสจึงจะตัดสินได้ แต่ก็ยังนับเป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ ในการรู้ความสดของกาแฟล่วงหน้าได้ ดังนั้นวันนี้ Front Street Coffee จะมาแบ่งปันว่ายังมีด้านใดอีกบ้างที่สามารถสังเกต "ความสด" ของกาแฟได้~
ก่อนอื่นเราสามารถดมกลิ่นเพื่อประเมินความสดของกาแฟได้เบื้องต้น เพราะอย่างที่ Front Street Coffee กล่าวไว้ ยิ่งเมล็ดสดมากเท่าไร ก็ยิ่งมีสารหอมระเหยสะสมอยู่ในตัวมากเท่านั้น ดังนั้นหลังจากบดเมล็ดกาแฟเป็นผงแล้ว เราสามารถดมกลิ่นเพื่อประเมินอย่างง่ายได้
เมล็ดกาแฟสดเมื่อบดเป็นผงแล้วจะปล่อยกลิ่นหอมที่เข้มข้นมากออกมา เราสามารถจับลักษณะรสชาติที่เป็นรูปธรรมได้จากกลิ่นนั้น ส่วนเมล็ดกาแฟที่วางไว้นานแล้วนั้น เนื่องจากกลิ่นหอมระเหยออกไปเกือบหมดแล้ว สิ่งที่ปล่อยออกมาจึงเป็นกลิ่นจากการคั่วมากกว่า และรสชาติก็จับได้ยากกว่าเมื่อเทียบกันถ้าเกิดว่าจมูกตันหรือมีเหตุอื่นใดทำให้ดมกลิ่นไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนทำกาแฟก็มีลักษณะเด่นชัดหลายอย่างที่บ่งบอกความสดของมันได้ เช่นในกาแฟดริปช่วงการพักตัวของผงกาแฟ ระดับการพองตัวของเบดผงกาแฟก็เป็นสิ่งที่สังเกตได้ดี
ในกรณีที่พารามิเตอร์การสกัดเป็นปกติ กาแฟสดจะพองตัวเป็นโดมใหญ่ตอนพักตัวเพราะมีคาร์บอนไดออกไซด์อุดมสมบูรณ์ ยิ่งกาแฟสดมากเท่าไร คาร์บอนไดออกไซด์ยิ่งมาก โดมที่พองขึ้นก็จะยิ่งใหญ่ตามไปด้วยในทางกลับกัน เมล็ดกาแฟที่ไม่ได้สดมากนักก็จะพองตัวไม่ใหญ่เท่านั้น เพราะมีคาร์บอนไดออกไซด์ไม่มากพอนอกจากระดับการพองตัวแล้ว "ระดับการกักน้ำ" ของเบดผงกาแฟตอนพักตัวก็ใช้เป็นสิ่งที่บ่งชี้ความสดได้เช่นกัน เพราะการมีอยู่ของคาร์บอนไดออกไซด์จะเป็นตัวขัดขวางการซึมผ่านของน้ำร้อน เมื่อกาแฟมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์มากเท่าไร การขัดขวางก็ยิ่งมาก น้ำก็ยิ่งไหลลงช้าลง ดังนั้นตอนนี้เราสามารถสังเกตความชุ่มชื้นของเบดผงกาแฟได้ว่า หลังจากการพักตัวสิ้นสุดลงมันยังคงชุ่มชื้นอยู่ หรือแห้งไปตั้งแต่ 20 วินาทีแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งลักษณะเล็ก ๆ ในการตัดสินความสดของเมล็ดกาแฟ
แต่ต้องระวังว่า ลักษณะสองอย่างนี้(ระดับการพองตัว ระดับการกักน้ำ)สามารถบอกได้เพียงช่วงคร่าว ๆ ว่ากาแฟห่างจากเวลาคั่วมากแค่ไหนเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินว่ากาแฟอร่อยหรือไม่ เพราะกาแฟคั่วอ่อนส่วนใหญ่ยังอร่อยอยู่แม้วางไว้นานพอสมควร ซึ่งเกี่ยวข้องกับความหนาแน่นของมัน ดังนั้นลักษณะสองอย่างนี้ใช้ได้เพียงเป็นตัวตัดสินว่ากาแฟห่างจากเวลาคั่วมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น ยังต้องประกอบกับการชิมรสจึงจะตัดสินได้แน่ชัด
มาพูดถึงเอสเปรสโซกันบ้าง เพราะเพื่อน ๆ หลายคนดื่มกาแฟที่เป็นเอสเปรสโซเป็นหลักในแต่ละวัน เช่นเดียวกัน เอสเปรสโซก็สามารถตัดสินความสดของกาแฟได้จากกลิ่นหอมและสภาพของกาแฟตอนสกัดและสิ่งที่ใช้ตัดสินความสดของเมล็ดกาแฟตอนทำเอสเปรสโซนั้นหลัก ๆ คือครีมม่า ระดับความหนาแน่นและความเนียนละเอียดของครีมม่าเป็นสิ่งที่เราสังเกตได้
เพราะองค์ประกอบหลักของครีมม่าในเอสเปรสโซคือคาร์บอนไดออกไซด์และไขมันของเมล็ดกาแฟ เมื่อเมล็ดกาแฟสดมากเท่าไร ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ก็ยิ่งมาก ครีมม่าที่เกิดตอนสกัดก็ยิ่งมาก แต่ในขณะเดียวกันก็จะหยาบกว่านี่เป็นเพราะครีมม่าของเอสเปรสโซแท้จริงแล้วคือฟองเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนที่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อเกิดฟองมากเท่าไร ฟองก็ยิ่งแตกง่าย เพราะโครงสร้างไม่มั่นคงเท่า จึงมีคุณภาพค่อนข้างต่ำและแตกง่ายกว่า
และเมื่อเมล็ดกาแฟวางไว้สักระยะ(เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 หลังการคั่ว)ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ครีมม่าที่สกัดออกมาแม้จะไม่มากเท่าก่อน แต่ความเนียนละเอียดกลับสูงกว่ามาก เพราะโครงสร้างของฟองมั่นคงกว่า แตกยากกว่าหลังจากนั้นคาร์บอนไดออกไซด์ในเมล็ดกาแฟก็จะยิ่งน้อยลง กาแฟที่สกัดออกมาครีมม่าก็จะยิ่งบางลงดังนั้นเราจึงรู้ได้ว่า ระดับความหนาแน่นและความเนียนละเอียดของครีมม่าสามารถเป็นมาตรฐานวัดความสดของเมล็ดกาแฟได้ เพียงแต่เช่นเดียวกัน มันก็ไม่สามารถใช้เป็นมาตรฐานวัดว่ากาแฟอร่อยหรือไม่ได้ ในขณะเดียวกัน เราต้องระวังว่าเมล็ดกาแฟคั่วเข้มและเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนจะให้ครีมม่าที่หนาบางต่างกันมาก เพราะปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่บรรจุได้ในตัวมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นอย่านำมาตรฐานของเอสเปรสโซคั่วเข้มไปใช้กับการสกัดเอสเปรสโซคั่วอ่อนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด~
ตอนนี้สั่งได้บน Taobao«Front Street Coffee»ซื้อเมล็ดตามรายการได้แล้ว, Front Street Coffee แบรนด์คั่วกาแฟอายุยาว, หน้าร้านที่กว่างโจวขายเมล็ดโดยเฉพาะ, เมล็ดคัดสรรหลายสิบชนิดจากทั่วโลก ทั้งซิงเกิลและเอสเพรสโซ, เมล็ดคั่วสดภายใน 5 วัน, คุณภาพเมล็ดสม่ำเสมอยอดเยี่ยม, คุ้มค่ายิ่งกว่า, สั่งก่อน 16:00 จัดส่งภายในวันเดียวกัน, จัดส่งถึงวันถัดไปในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกวางตุ้ง.
ลิงก์ร้าน Taobao ของเรา: https://qianjiecoffee.taobao.com
หรือค้นหาบน Taobao«Front Street Coffee»
ที่อยู่ร้าน: กว่างโจว เยว่ซิ่ว ถนนตงฮวาตง 315 【ขายเฉพาะเมล็ด】